Home

spd_20070718231704_bรูปภาพ

เมื่อปี ๒๕๓๔  เห็นจะได้ ศิวกานท์ ปทุมสูติ กวีซึ่งปรากฏผลงานตามหน้านิตยสารในห้วงเวลานั้นถูกกวีรุ่นใหม่คนหนึ่งเขียนบทความวิจารณ์บทกวีชิ้นหนึ่งของเขาซึ่งตีพิมพ์ในคอลัมน์ “ลำนำสยามรัฐ” สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ว่าลอกเลียนบทกวีชิ้นหนึ่งของกวีรัตนโกสินทร์อย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์มา

ผมอ่านบทความวิจารณ์ของกวีหนุ่มเท่านั้นด้วยความตื่นเต้น (ซึ่งปีสองปีให้หลัง โชคชะตาฟ้าลิขิตให้ผมได้มาเจอะเจอกับเขาและรู้จักกันจนเรียกได้ว่ารู้พุงรู้ไส้) แล้วก็ให้สงสัยเหลือเกิน ทำไมหนอ…กวีมือรางวัลนานาสารพัดอย่างท่านศิวกานท์ ปทุมสุติของเราถึงได้ทำอะไรแบบนี้

ความงุนงงสงสัย ความไม่เข้าใจ ทำให้ขณะนั้นผมซึ่งเป็นแฟนกวีอีกคนหนึ่งของศิวกานท์รู้สึกไม่อยากอ่านงานของท่านอีก บทกวีที่ซื้อมาขึ้นชั้นไว้สองสามเล่มอย่างเพื่อนแก้วคำกาพย์, สร้อยสันติภาพ และคลื่นซัดฝั่งทราย ที่ผมเคยอ่านเป็นกวีหัวเตียงก็รู้สึกว่าไม่มีเสน่ห์ให้จับเสียแล้ว

ผมรู้สึกตัวดีว่านั่นมันไม่ยุติธรรมสำหรับศิวกานท์ ปทุมสูติ นัก แต่ก็จะทำยังไงได้ในเมื่อศิวกานท์ เขาเป็นฮีโร่น้อยๆ สำหรับไอ้หนุ่มโรงงานอย่างผมในห้วงเวลานั้น

เป็นฮีโร่น้อยๆ เหมือนกับประสิทธิ โรหิตเสถียร เจ้าของงานรางวัลอย่างจำเลยไม่พูด เหมือนประเสริฐ จันทร์ดำ เหมือนสนธิกาญจน์ การญจนาญ และพิชชา ถาวรรัตน์

เมื่อมาพบว่ากวีหนุ่มผู้วิจารณ์สามารถทำให้เราเห็นชัดเจนโดยการยกบทกวีของเนาวรัตน์   พงษ์ไพบูลย์มาเทียบให้เห็นว่าศิวกานท์ ปทุมสูติ ลอกเลียนจริงๆ มันก็เหมือนกับว่ากวีหนุ่มผู้วิจารณ์ได้แฉโพยว่า วีรกรรมของวีรบุรุษเรานั้นเป็นวีรกรรมที่สวมรอยคนอื่น คำว่าวีรบุรุษที่ผูกติดกับความเป็นหนึ่ง เป็นผู้ริเริ่ม เป็นผู้กล้ามันก็เลยเสื่อมสลาย

แม้ว่าหลังจากนั้นสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ศิวกานท์ ปทุมสุติ จะออกบทความมาแก้ข้อกล่าวหาหนึ่งชิ้น โดยระบุว่า บทกวีชิ้นนั้นของเขาเดินตามรอยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์จริงดังที่กวีหนุ่มสืบเสาะไปพบ จะเรียกว่าเป็นการลอกเลียนก็ได้ แต่เป็นการลอกเลียนที่กวีเองก็รู้สึกตัว และไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดบังอำพราง เพราะมันเป็นการลอกเลียนที่ตั้งใจคารวะเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในฐานะครูกวี หรือวีรบุรุษที่เขาศรัทธา

ผมติดใจในประเด็นนี้อยู่นานมาก เรียกว่านานหลายปีก็เป็นได้ ความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยมีกับวีรบุรุษน้อยๆ อย่างศิวกานท์กลับมาอีกแม้จะไม่ใช่ทั้งหมด ประการสำคัญเป็นเพราะว่าเขากล้ายอมรับ เป็นการยอมรับที่มีเหตุผล แม้ว่าผมจะไม่เข้าใจในเหตุผลนั้นชนิดแจ่มแจ้งแดงแจ๋ก็ตาม

ประเด็นที่ผมติดอยู่ก็คือ ความงุนงงสงสัยว่า เหตุผลที่ดีของการลอกเลียนงานสร้างสรรค์อย่างงานศิลปะ – วรรณกรรมนั้นมีหรือไม่

ยิ่งมาในช่วงหลังที่ได้รู้จักกับคำว่า ได้รับอิทธิพล, ได้แรงบันดาลใจจาก… มันก็ยิ่งทำให้ผมงุนงงสงสัยขึ้นมาอีกว่า อ้ายคำเหล่านี้มันจะแบ่งแยกกันได้อย่างชัดเจนกับว่าคำว่าลอกเลียนยังไง

และที่งุนงงยิ่งไปกว่านั้นอีกก็คือว่า ผมรู้สึกว่า คำว่า ลอก และ เลียน นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

มาถึงตรงนี้ ผมจึงสร้างบ่วงให้ตัวเองหลายบ่วง เพราะถ้าจะให้เคลียร์ ผมต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่า การลอก, การเลียน (แบบ), การได้รับอิทธิพล และการได้รับแรงบันดาลใจจาก… มีขอบเขตอย่างไรบ้าง หนึ่งคำต่างจากอีกสามคำอย่างไรแค่นั้น

ทั้งนี้เป็นเพราะผมยังอยากศรัทธาศิวกานท์ ปทุมสูติของผมอยู่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s